freelivewhatsApplinefacebookemail

นโยบายและโครงสร้างค่าธรรมเนียมล่าสุดสำหรับผู้ขาย Shopee ประเทศไทย ปี 2026

โดย มะลิ31 Mar,2026

บทนำ

ตั้งแต่ต้นปี 2026 เป็นต้นมา เราได้เห็นสัญญาณที่ชัดเจนจากยักษ์ใหญ่ทั้ง Shopee, Lazada และ TikTok Shop ที่ต่างพากันปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการขายในหลายหมวดหมู่สินค้า นี่คือสัญญาณบ่งบอกว่าสมรภูมิอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคนี้ได้ก้าวข้ามยุคการเผาเงินเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด และเข้าสู่ช่วง "ครึ่งหลัง" ที่เน้นการบริหารจัดการอย่างประณีตเพื่อสร้างกำไรที่ยั่งยืน
สำหรับผู้ขายในตลาดประเทศไทย การทำความเข้าใจและปรับกลยุทธ์ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงนี้จึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง เรามาเจาะลึกรายละเอียดการปรับค่าธรรมเนียมและแนวทางรับมือกันครับ

Shopee ปรับขึ้นค่าธรรมเนียม

จากการประกาศล่าสุด Shopee Thailand ได้ปรับเพิ่มค่าธรรมเนียมในวงกว้าง โดยบางหมวดหมู่มีอัตราที่ขยับขึ้นไปแตะเพดานสูงสุดของอุตสาหกรรม

  • Shopee Mall ปรับค่าคอมมิชชันยกแผง: สำหรับร้านค้าทางการค่าธรรมเนียมในหมวดหมู่หลักถูกปรับขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งปัจจุบันมีอัตราอยู่ระหว่าง 5.89% - 15.52%

  • กลุ่มสินค้า Lifestyle และ FMCG แตะเพดานสูงสุด: หมวดหมู่สินค้าแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ และสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีปริมาณการซื้อขายสูง ได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยค่าคอมมิชชันสูงสุดขยับขึ้นไปถึง 15.52% ส่งผลให้ต้นทุนช่องทางขายของผู้ขายเพิ่มสูงขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้

  • ค่าธรรมเนียมการชำระเงินและค่าบริการโครงสร้างพื้นฐาน: นอกจากค่าคอมมิชชันพื้นฐานแล้ว ยังมีค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมที่ยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 3.21% รวมถึงการเพิ่มค่าบริการโครงสร้างพื้นฐานสำหรับผู้ขายที่เข้าร่วมโปรแกรมขายไปต่างประเทศ (AGS) ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่แพลตฟอร์มใช้เพื่อผลักดันให้ผู้ขายเข้าสู่รูปแบบการดำเนินงานที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น

ผลกระทบต่อผู้ขาย

  • กลุ่มสินค้ากำไรน้อยอยู่ยากขึ้น: สำหรับผู้ขายสินค้าที่มีราคาต่อหน่วยต่ำและมีกำไรขั้นต้นต่ำกว่า 20% เมื่อหักค่าคอมมิชชัน 15.52% บวกค่าธุรกรรม 3.21% และค่าขนส่งแล้ว กำไรสุทธิอาจเหลือศูนย์หรือเข้าเนื้อได้เลยทีเดียว

  • นโยบาย "คืนสินค้าแต่ไม่คืนค่าธรรมเนียม": โครงสร้างใหม่มีความเข้มงวดมากขึ้น ในบางกรณีหากเกิดการคืนสินค้า ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมที่เกิดขึ้นไปแล้วอาจไม่ได้รับคืน สิ่งนี้บีบให้ผู้ขายต้องให้ความสำคัญกับ "คุณภาพสินค้า" และ "การตอบแชทให้ข้อมูลที่ชัดเจน" เพื่อลดอัตราการคืนสินค้าให้เหลือน้อยที่สุด

กลยุทธ์การปรับตัว | 4 ขั้นตอนสู่การอยู่รอดและเติบโต

ท่ามกลางต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น การอยู่นิ่งเฉยอาจหมายถึงการถูกคัดออกจากตลาด นี่คือกลยุทธ์ 4 ด้านที่ผู้ขายควรเริ่มทำทันที:

  • การตั้งราคาแบบละเอียด

หมดยุคการตั้งราคาแบบ "ต้นทุน + กำไรส่วนต่าง" แบบง่ายๆ ผู้ขายจำเป็นต้องนำค่าคอมมิชชันที่ผันแปรตามหมวดหมู่, ค่าธรรมเนียมการชำระเงิน, ค่าโฆษณา และโอกาสในการคืนสินค้า มาคำนวณในโครงสร้างราคาทั้งหมด รวมถึงการตั้งราคาตามแคมเปญต่างๆ ให้สอดคล้องกับต้นทุนจริง

  • ปรับพอร์ตสินค้า: มุ่งเน้นสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม

สินค้าตัดราคาอาจไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป ผู้ขายควรเพิ่มสัดส่วนสินค้าที่มีเอกลักษณ์หรือสินค้าที่ทำกำไรได้สูงและใช้กลยุทธ์การขายแบบชุดเพื่อเพิ่มมูลค่าต่อคำสั่งซื้อ (AOV) ซึ่งจะช่วยเฉลี่ยต้นทุนค่าธรรมเนียมคงที่ต่อออเดอร์ให้ต่ำลง

  • กระจายความเสี่ยงด้วยการขายหลายแพลตฟอร์ม

ไม่ควรพึ่งพาแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่งเพียงอย่างเดียว การขยายหน้าร้านไปยัง Lazada และ TikTok Shop ควบคู่กันไป จะช่วยให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายและกระจายความเสี่ยงเมื่อมีการปรับเปลี่ยนนโยบายในอนาค

  • ยกระดับประสิทธิภาพด้วย AI: ใช้ Duoke AI ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มยอดขาย

ในยุคที่ต้นทุนคงที่สูงขึ้น การใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย "ลดต้นทุนการดำเนินงาน" และ "เพิ่มอัตราการปิดการขาย" คือกุญแจสำคัญ:
ระบบแชทอัจฉริยะ: ใช้ Duoke AI ในการตอบโต้ลูกค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยภาษาไทยที่ดูเป็นธรรมชาติ ช่วยให้ข้อมูลสินค้าก่อนการซื้อได้อย่างแม่นยำ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดการจ้างพนักงานแล้ว ยังช่วยเพิ่มอัตรา Conversion Rate และลดการคืนสินค้าจากการเข้าใจผิดได้อีกด้วย

บทสรุป

การปรับค่าธรรมเนียมในปี 2026 ของตลาดไทย แม้จะเป็นความท้าทายที่น่ากังวล แต่ในอีกมุมหนึ่งคือโอกาสในการ "ล้างไพ่" เพื่อให้เหลือเพียงผู้ขายที่เน้นคุณภาพและการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพเท่านั้น
ผู้ขายที่รู้จักปรับตัวและนำเครื่องมือ AI มาใช้ จะเป็นกลุ่มที่ก้าวข้ามวิกฤตต้นทุนและเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในระยะยาวครับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: Shopee คำนวณค่าคอมมิชชันจากราคาก่อนหรือหลังหักส่วนลดโปรโมชัน?
A: ค่าคอมมิชชันจะคำนวณจาก ราคาขายสุดท้าย หลังจากหักส่วนลดที่ผู้ขายตั้งค่าเองทั้งหมดแล้ว (เช่น ส่วนลดหน้าร้าน, คูปองส่วนลดจากผู้ขาย)

Q: คำสั่งซื้อลักษณะใดที่ถือว่าเป็น "คำสั่งซื้อที่สำเร็จแล้ว" (Completed Order)?
A: คำสั่งซื้อที่สำเร็จแล้ว หมายถึง คำสั่งซื้อที่มีการจัดส่งสินค้าเรียบร้อยและ ผู้ซื้อกดยืนยันการรับสินค้า แล้วเท่านั้น
กรณีต่อไปนี้ "ไม่นับ" เป็นคำสั่งซื้อที่สำเร็จ: * คำสั่งซื้อที่ถูกยกเลิก (Cancelled)

  • คำสั่งซื้อที่ผู้ซื้อกดขอคืนเงิน/คืนสินค้า (Return/Refund) ก่อนกดยืนยันรับสินค้า

  • คำสั่งซื้อที่อยู่ระหว่างการขนส่ง หรือผู้ซื้อยังไม่ได้กดยืนยันรับสินค้า

เวอร์ชัน Android
เวอร์ชัน iOS
เวอร์ชันสากล

ติดต่อเรา

Email: [email protected]

ที่อยู่: 6/F MANULIFE PLACE, 348 KWUN TONG ROAD, KOWLOON, Hong Kong, 999077

บริการและสนับสนุน

Facebook

WeChat Official Account

Rednote

TikTok

เกี่ยวกับเรา

ศูนย์ช่วยเหลือ

FairCloud Technology (HK) Limited